แนวคิดพื้นฐานในการให้การปรึกษา
 กระบวนการและขั้นตอนการให้
การปรึกษา
 ทักษะพื้นฐานในการให้การปรึกษา
 ประเภทของการให้การปรึกษา
 กลุ่มแนวคิดทฤษฎีการให้การปรึกษา
 ทฤษฎีการให้การปรึกษาที่เน้น
อารมณ์และความรู้สึกแบบยึดบุคคล
เป็นศูนย์กลาง
(Client Centered Theory)
 ทฤษฎีการให้การปรึกษาเชิงบำบัด
แนวเกสตัลท์ ( Gestalt Therapy )
 ทฤษฎีที่เน้นเหตุผลและอารมณ์ REBT
 ทฤษฎีการให้การปรึกษาแบบเน้น
ปัญหา
 ทฤษฎีการปรึกษาที่เน้นการปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรม
 ทฤษฎีการให้การปรึกษาแบบ
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
(Transactional Analysis)
 แนวทางการเลือกใช้หรือผสมผสาน
ทฤษฎีการให้การปรึกษา
May 09,2006.
 
 

การให้คำปรึกษาแบบผสมผสาน แบบทดสอบก่อนเข้าเรียน

เกี่ยวกับบทเรียน :
บทเรียนเรื่อง การให้การปรึกษาแบบผสมผสาน นี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปและผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการให้การปรึกษา สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป
ขอบเขตของบทเรียน :
การให้การปรึกษาแบบผสมผสานนี้เป็นการนำแนวคิดการให้การปรึกษาหลายๆแนวคิดเข้าไว้ด้วยกัน ให้สามารถประยุกต์ใช้กับสภาพปัญหาของผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม โดยลักษณะการเรียนรู้นี้ สามารถประเมินผลการเรียนด้วยการทดสอบก่อนและหลังการเรียน
คุณสมบัติของผู้เรียน :
เป็นผู้สนใจทั่วไป
เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้านให้การปรึกษาในสถานบริการสาธารณสุข
ทั้งภาครัฐและเอกชน
เป็นครูที่ปรึกษาในสถานศึกษาทุกระดับ
 
อายุ
ระดับการศึกษา
อาชีพ
เพศ
สถานภาพสมรส  

1. ข้อใดมิใช่ กระบวนการให้การปรึกษา 
 ก. พยาบาลบอกให้สมศรีทำแท้ง เพราะสมศรีติดเชื้อเอดส์
 ข. พยาบาลสอนวิธีตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะแก่สมศรี
 ค. พยาบาลแนะนำสมศรีให้บอกสามีที่ติดเชื้อเอดส์ ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์
 ง. พยาบาลบอกสาเหตุของปัญหาครอบครัวของสมศรี เพราะสมศรีเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง
2. ปรัชญาของการให้การปรึกษา ยกเว้นข้อใด 
 ก. มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน
 ข. ความเต็มใจของผู้รับการปรึกษา
 ค. มนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาได้
 ง. ความยึดมั่นในความเป็นตัวของตัวเอง คือต้นเหตุของปัญหา
3. คุณสมบัติของผู้ให้การปรึกษา คือข้อใด 
 ก. สุขภาพจิตดี
 ข. มีความน่าเชื่อถือ
 ค. มีจิตใจอยากช่วยเหลือ
 ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
4. เป้าหมายสูงสุดของการให้การปรึกษา คือข้อใด 
 ก. ช่วยให้ผู้ป่วยอารมณ์โกรธสงบลง
 ข. ช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นจุดบกพร่องของตนเอง
 ค. ช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้
 ง. ช่วยให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ได้
5. ขั้นตอนใดในกระบวนการให้การปรึกษา ที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือด้วยดี 
 ก. การสร้างสัมพันธภาพและตกลงบริการ
 ข. การค้นหาข้อมูล
 ค. การวางแผนการแก้ไขปัญหา
 ง. การยุติบริการให้การปรึกษา
6. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับกระบวนการให้การปรึกษา 
 ก. การสำรวจปัญหาที่ดีจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับ ผู้รับการปรึกษา
 ข. การตกลงบริการ สามารถกระทำได้ตลอดการให้การปรึกษา
 ค. ปัญหาด้านอารมณ์ความรู้สึก ควรได้รับการแก้ไขก่อนเสมอ
 ง. การยุติการปรึกษา สามารถยืดเวลาได้หากกระบวนการยังลื่นไหลดี
7. การช่วยเหลือให้ผู้รับการปรึกษาตัดสินใจเลือกที่จะทำแท้ง หรือไม่ทำแท้ง ผู้ให้การปรึกษา ควรใช้แนวทางการปรึกษาแบบใด 
 ก. แบบไม่นำทาง
 ข. แบบนำทาง
 ค. ทั้ง 2 แบบ
 ง. ไม่มีข้อถูก
8. การช่วยเหลือให้ผู้รับการปรึกษาปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ผู้ให้การปรึกษาควรใช้แนวทางการปรึกษาแบบใด 
 ก. แบบนำทาง
 ข. แบบไม่นำทาง
 ค. ทั้ง 2 แบบ
 ง. ไม่มีข้อถูก
9. กลุ่มแนวคิดการให้การปรึกษา ที่เน้นความคิด และเหตุผล ยกเว้นข้อใด 
 ก. การให้การปรึกษาแบบพิจารณาเหตุผลและอารมณ์
 ข. การให้การปรึกษาแบบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
 ค. การให้การปรึกษาแบบวิเคราะห์ลักษณะบุคคลและองค์ประกอบ
 ง. การให้การปรึกษาแบบเผชิญความจริง
10. ข้อใดผิด เกี่ยวกับการให้การปรึกษาโดยยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง 
 ก. มนุษย์เป็นผู้ที่มีเหตุผล
 ข. มนุษย์เป็นผู้มีความสามารถจัดการแก้ไขปัญหา
 ค. มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า
 ง. มนุษย์เป็นหน่วยที่มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง
11. จุดมุ่งหมายของการให้การปรึกษา ตามแนวคิดแบบเกสตอลท์ 
 ก. ให้ผู้รับการปรึกษาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสู่การพึ่งพาตนเอง
 ข. ให้ผู้รับการปรึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง
 ค. ให้ผู้รับการปรึกษาใช้พลังงานของชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
 ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
12. "ความเชื่อของบุคคลมีผลต่อความรู้สึกและการกระทำในชีวิตประจำวัน" เป็นความเชื่อของแนวคิดการให้การปรึกษาแบบใด 
 ก. Problem Focus Stress Counseling
 ข. Client Centered Counseling
 ค. Rational Emotive Behavior Therapy
 ง. Gestalt Therapy
13. ข้อใดคือเป้าหมายของการให้การปรึกษาแบบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 
 ก.ให้ผู้รับการปรึกษาเลือกใช้ Ego Stage แต่ละสภาวะให้เหมาะสม
 ข. ให้ผู้รับการปรึกษาปรับเปลี่ยน Ego Stage ที่เหมาะสม
 ค.ให้ผู้รับการปรึกษาใช้ Adult Ego Stage
 ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
14. การเลือกใช้แนวคิดการให้การปรึกษาใดๆนั้น ควรพิจารณาถึงองค์ประกอบใด 
 ก. ความถนัดของผู้ให้การปรึกษา
 ข. ความสามารถของผู้ให้การปรึกษา
 ค. ความยากง่ายของการแก้ไขปัญหา
 ง. ระดับของปัญหาของผู้รับการปรึกษา
15. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับจิตวิทยาการเจ็บป่วย 
 ก. อาการนิ่ง อึ้ง เป็นลม มักจะพบได้บ่อยกับผู้ป่วยในภาวะวิกฤต
 ข. การตอบสนองต่อภาวการณ์เจ็บป่วยเฉียบพลัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมของผู้ป่วย
 ค.ภาวการณ์เจ็บป่วยเรื้อรังมักจะเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยรู้สึกคุณค่าในตนเองลดลง
 ง. ทุกข้อที่กล่าวมา

© 2006 suicidethai.com & depressionthai.com  WebDesign.